ปากแห้งลอกส่วนใหญ่ดูแลเองได้ ด้วยการเลิกเลียและแกะริมฝีปาก ดื่มน้ำให้พอ และทาลิปบาล์มที่ไม่ระคายเคืองวันละหลายครั้งรวมถึงก่อนนอน สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน (AAD) เขียนว่าถ้าดูแลแบบนี้ น่าจะเห็นว่าดีขึ้นชัดในสองถึงสามสัปดาห์ และถ้าครบแล้วยังไม่ดีขึ้นให้ไปพบแพทย์ผิวหนัง บทความนี้เล่าสาเหตุ วิธีดูแลรายวัน ส่วนผสมในลิปบาล์มที่ควรเลี่ยงตอนปากแตก และสัญญาณที่ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรดู
ปากแห้งลอกเกิดจากอะไรได้บ้าง
บริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) ไล่สาเหตุที่พบบ่อยไว้ว่า ได้แก่ อากาศเย็น อากาศแห้งหรือลมแรง ความเสียหายจากแดด ร่างกายขาดน้ำ ริมฝีปากบาดเจ็บ และการแพ้ บางครั้งก็มาจากการขาดวิตามินหรือแร่ธาตุ ฝั่ง AAD เอ่ยถึงการเลียริมฝีปากบ่อย ๆ ไว้ด้วย
คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่าการเลีย เม้ม หรือกัดริมฝีปากทำให้ริมฝีปากยิ่งเสียความชุ่มชื้น และผลิตภัณฑ์หรืออาหารที่ระคายเคืองก็อาจกระตุ้นให้บวมแดง แห้ง ลอกได้ เช่น ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารระคายเคือง น้ำหอม หรืออาหารบางอย่างในคนที่แพ้ คณะฯ แนะให้เลือกยาสีฟันที่ไม่มีสารระคายเคือง จำพวก SLS, SLES, Paraben เป็นต้น
ก่อนซื้อลิปบาล์มแท่งใหม่ เราแนะนำให้ไล่ดูก่อนว่าช่วงนี้มีอะไรเปลี่ยน อากาศ น้ำที่ดื่ม นิสัยเลียปาก หรือของใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้ ถ้าสงสัยว่าเป็นสกินแคร์ตัวใหม่ วิธีลองอย่างเป็นขั้นตอนอยู่ใน Patch Test สกินแคร์ใหม่: ทดสอบก่อนทาทั้งหน้าอย่างไร
กิจวัตรประจำวันที่ช่วยให้ริมฝีปากฟื้น
รายการนี้รวมคำแนะนำของ AAD, NHS และคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ข้อไหนของใครบอกไว้ในข้อ
- ทาลิปบาล์มที่ไม่ระคายเคืองวันละหลายครั้ง และทาอีกรอบก่อนนอน (AAD)
- ถ้าปากแห้งแตกมาก AAD แนะให้ลองขี้ผึ้งเนื้อหนาอย่างปิโตรเลียมเจลลี่สีขาว เพราะกักน้ำไว้ได้นานกว่าแว็กซ์หรือน้ำมัน
- ล้างมือก่อนทาลิปบาล์ม (NHS)
- ดื่มน้ำให้พอ (ทั้งสามแหล่ง) คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ให้ตัวเลขไว้ที่อย่างน้อยวันละ 8 ถึง 10 แก้ว
- เลิกเลีย กัด และแกะริมฝีปาก เมื่อเผลอจะเลีย ให้หยิบลิปบาล์มมาทาแทน (AAD)
- ไม่คาบของที่เป็นโลหะ เช่น คลิปหนีบกระดาษหรือเครื่องประดับ เพราะอาจระคายริมฝีปากที่บอบบางอยู่แล้ว (AAD)
- กินผักผลไม้ให้ได้วิตามิน คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ บอกว่าช่วยลดโอกาสเกิดปากนกกระจอก
AAD ยังแนะให้ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในบ้าน และเขียนว่าช่วยได้เป็นพิเศษในห้องนอนของคนที่นอนหายใจทางปาก ส่วน NHS แนะให้ใช้ผ้าพันคอปิดริมฝีปากเมื่ออยู่กลางแจ้งในอากาศเย็น ใครจัดขั้นตอนดูแลผิวก่อนนอนอยู่แล้ว เพิ่มการทาลิปบาล์มเข้าไปได้ ดูลำดับทั้งหมดที่ Night Skincare เกย์ คืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์
เลือกลิปบาล์มแบบไหน ส่วนผสมอะไรควรเลี่ยงตอนปากแตก
AAD เขียนว่าหลายคนเข้าใจผิดว่าลิปบาล์มที่ทาแล้วแสบ ซ่า หรือยิบ ๆ คือกำลังออกฤทธิ์ ที่จริงคือริมฝีปากกำลังระคายเคือง และควรหยุดใช้ตัวนั้น ตารางนี้สรุปส่วนผสมที่ AAD ให้เลี่ยงระหว่างที่ปากยังแตก กับส่วนผสมที่ช่วยให้ริมฝีปากฟื้น
| กลุ่ม | ชื่อบนฉลาก | หมายเหตุจาก AAD |
|---|---|---|
| ควรเลี่ยง | Camphor, Eucalyptus, Menthol, Phenol (หรือ Phenyl) | ให้หยุดใช้ระหว่างที่ปากยังแตก |
| ควรเลี่ยง | Fragrance และสารแต่งกลิ่นรส | กลิ่นรสอบเชย ซิตรัส มินต์ และเปปเปอร์มินต์ระคายเคืองได้เป็นพิเศษ |
| ควรเลี่ยง | Lanolin, Salicylic acid, Propyl gallate, Octinoxate, Oxybenzone | ให้หยุดใช้ระหว่างที่ปากยังแตก |
| ช่วยได้ | Petrolatum, White petroleum jelly, Mineral oil, Dimethicone | อยู่ในรายการส่วนผสมที่ช่วยให้ริมฝีปากฟื้น |
| ช่วยได้ | Ceramides, Shea butter, Castor seed oil, Hemp seed oil | อยู่ในรายการเดียวกัน |
| ช่วยได้ | Titanium oxide, Zinc oxide | สารกันแดดที่แนะสำหรับริมฝีปาก |
NHS แนะให้เลือกลิปบาล์มที่มีปิโตรเลียมเจลลี่หรือขี้ผึ้ง (beeswax) และถ้าตัวหนึ่งไม่ได้ผลก็ลองเปลี่ยน เพราะบางคนไวต่อน้ำหอม สี หรือส่วนผสมบางอย่าง คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ แนะให้ใช้บาล์มที่ไม่แต่งสีและกลิ่น ส่วน AAD เขียนว่าสูตรที่ระบุว่าไม่มีน้ำหอมและลดโอกาสก่อการแพ้ช่วยได้
AAD ใช้หลักเดียวกันกับลิปสติกและผลิตภัณฑ์อื่นที่ทาริมฝีปาก ไม่ใช่แค่ลิปบาล์ม ใครใช้ลิปทินต์หรือลิปกลอสตอนถ่ายรูปหรือออกงาน ถ้าช่วงนั้นปากกำลังแตก เราแนะนำให้พักตัวที่มีกลิ่นหรือทาแล้วซ่าไว้ก่อน
ออกแดดต้องทาลิปกันแดดไหม ตัวเลขสองหน่วยงานไม่เท่ากัน
NHS และ AAD ต่างแนะให้ใช้ลิปบาล์มที่กันแดดได้เมื่ออยู่กลางแจ้ง และทาซ้ำทุกสองชั่วโมง ที่ต่างกันคือค่าขั้นต่ำ NHS เขียนว่า SPF 15 ขึ้นไป ส่วน AAD เขียนว่า SPF 30 ขึ้นไป และแนะให้มองหาสารกันแดดอย่างไททาเนียมออกไซด์หรือซิงก์ออกไซด์
AAD ให้เหตุผลว่าริมฝีปากที่แห้งแตกไหม้แดดง่ายกว่าปกติ ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดเริมที่ปากได้ ใครไปทะเล เดินป่า หรือวิ่งกลางแจ้งนาน ๆ จึงควรพกลิปบาล์มกันแดดไว้ทาซ้ำ ส่วนจะยึดเลขไหน เราเสนอให้เลือกตัวที่ทาแล้วไม่ระคายเคืองก่อน ถ้าทั้งสองตัวผ่านข้อนี้ ค่าที่สูงกว่าก็ครอบคลุมคำแนะนำของทั้งสองแห่ง และอ่านฉลากลิปกันแดดด้วยเกณฑ์เดียวกับตารางข้างบน เพราะ Octinoxate กับ Oxybenzone อยู่ในรายการที่ AAD ให้เลี่ยงระหว่างปากแตก

นิสัยที่ทำให้ปากแห้งหนักขึ้น และตอนไหนควรให้แพทย์หรือเภสัชกรดู
นิสัยแรกคือการเลียปาก AAD อธิบายว่าพอน้ำลายระเหย ริมฝีปากจะยิ่งแห้งกว่าเดิม และเขียนว่าเป็นนิสัยที่เลิกยาก อีกนิสัยคือการดึงหรือแกะขุย NHS เขียนว่าทำให้หายช้า ส่วนคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เขียนว่าเสี่ยงทำให้แห้ง แตก และลอกเป็นขุยมากกว่าเดิม คณะฯ แนะให้สครับริมฝีปากเดือนละ 1 ถึง 2 ครั้ง
ส่วนสัญญาณที่ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรดู มีสามแบบ
- ดูแลครบแล้วสองถึงสามสัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น AAD ให้ไปพบแพทย์ผิวหนัง เพราะอาจมีสาเหตุอื่น เช่น การแพ้ การติดเชื้อยีสต์ หรือสิ่งที่ร้ายแรงกว่านั้น AAD ยกตัวอย่างภาวะก่อนเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่ทำให้ริมฝีปากแห้งเป็นขุย ซึ่งแพทย์ผิวหนังวินิจฉัยได้
- ริมฝีปากร้อน ปวด และบวม NHS ให้ไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ
- มีตุ่มน้ำใสเล็ก ๆ ขึ้นที่ริมฝีปาก NHS บอกว่าอาจเป็นเริมที่ปาก ซึ่งมักมีอาการซ่า แสบ หรือคันนำมาก่อน
NHS เขียนว่าเภสัชกรแนะนำได้ว่าควรดูแลริมฝีปากอย่างไร และต้องไปพบแพทย์หรือไม่ บทความนี้ไม่ได้ใช้แทนการตรวจ ส่วนคนที่ปากกลับมาดีแล้ว AAD แนะให้ทาลิปบาล์มต่อทุกครั้งที่อากาศแห้ง ไม่ว่าจะอยู่ในอาคารหรือกลางแจ้ง เพื่อไม่ให้กลับมาแตกอีก
คำถามที่พบบ่อย
ลิปบาล์มที่ทาแล้วแสบซ่า แปลว่ากำลังออกฤทธิ์ใช่ไหม
ไม่ใช่ สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน (AAD) ระบุว่าความรู้สึกแสบ ซ่า หรือยิบ ๆ คือการระคายเคือง และให้หยุดใช้ตัวนั้น ส่วนผสมที่ AAD ให้เลี่ยงตอนปากแตกมีเมนทอล การบูร และน้ำหอมอยู่ด้วย
ปากลอกเป็นขุย ต้องขัดออกไหม
NHS ให้เลิกแกะหรือกัดขุย เพราะทำให้หายช้าลง คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ แนะให้สครับเดือนละ 1 ถึง 2 ครั้ง แต่แหล่งที่เปิดอ่านไม่ได้เขียนเรื่องการสครับตอนปากกำลังแตก ช่วงนั้นเราแนะนำให้ทาบาล์มและไม่แกะไว้ก่อน
ดื่มน้ำเยอะขึ้นอย่างเดียว ปากจะหายแห้งไหม
ทั้งสามแหล่งให้ดื่มน้ำเป็นข้อหนึ่งในหลายข้อ ควบคู่กับการทาลิปบาล์มและเลิกเลียปาก ไม่มีแหล่งไหนเขียนว่าดื่มน้ำอย่างเดียวพอ
มีนัดเดทหรือถ่ายรูปพรุ่งนี้ ทำอะไรได้ทันบ้าง
เราแนะนำให้คืนนี้งดแกะขุย ทาบาล์มเนื้อหนาก่อนนอน และงดลิปที่มีกลิ่นหรือเมนทอล แต่อย่าคาดว่าจะหายในคืนเดียว AAD ให้กรอบเวลาไว้ที่สองถึงสามสัปดาห์
ใช้ลิปบาล์มแท่งเดียวกับแฟนได้ไหม
NHS ของสหราชอาณาจักรแนะว่าไม่ควรใช้ลิปบาล์มร่วมกับคนอื่น เพราะแพร่เชื้อโรคได้ ถ้าชอบตัวเดียวกันก็ซื้อคนละแท่ง แล้วทำสัญลักษณ์ไว้ไม่ให้หยิบสลับ
สรุป
NHS ของสหราชอาณาจักรและสมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน (AAD) ไล่สาเหตุของปากแห้งลอกไว้หลายอย่าง เช่น อากาศ แดด ร่างกายขาดน้ำ และการเลียปาก แหล่งทั้งสามแนะให้ทาลิปบาล์ม ดื่มน้ำ และเลิกเลียหรือแกะ AAD ให้เลือกลิปบาล์มที่ไม่ระคายเคือง และทั้ง AAD กับ NHS ให้ใช้ลิปกันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้ง ถ้าครบสองถึงสามสัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น AAD ให้ไปพบแพทย์ผิวหนัง เพราะอาจมีสาเหตุอื่น รวมถึงสิ่งที่ร้ายแรงกว่า ถ้าริมฝีปากร้อน ปวด และบวม NHS ให้ไปพบแพทย์ ส่วนตุ่มน้ำใสอาจเป็นเริมที่ปาก ถามเภสัชกรหรือแพทย์ได้
ถ้ากำลังเตรียมรูปโปรไฟล์ใหม่ อ่านต่อได้ที่ เคล็ดลับทำโปรไฟล์ของ Quicky ซึ่งเป็นบริการในเครือเดียวกับเว็บนี้
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ


