Patch Test สกินแคร์ใหม่: ทดสอบก่อนทาทั้งหน้าอย่างไร

Patch Test สกินแคร์ใหม่: ทดสอบก่อนทาทั้งหน้าอย่างไร
ตรวจสอบโดย ทีมบรรณาธิการ Gay Fashion TH — นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ LGBTQ+ ประเทศไทย

Patch Test สกินแคร์ คือการลองทาผลิตภัณฑ์ใหม่บนผิวจุดเล็ก ๆ ก่อน เพื่อดูว่าผิวแดง คัน หรือบวมหรือไม่ ก่อนนำไปทาทั้งหน้า สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน (AAD) แนะนำให้ทาที่ด้านในแขนหรือข้อพับศอกวันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 7–10 วัน ขณะที่ อย. แนะนำให้ทาปริมาณเล็กน้อยที่ท้องแขนหรือหลังใบหู แล้วทิ้งไว้ 24–48 ชั่วโมง

ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว ให้จำว่า ลองของใหม่บนผิวจุดเล็ก ๆ ก่อนทาทั้งหน้า ถ้าแดง คัน หรือบวม ให้ล้างออกแล้วหยุดใช้ ถ้าอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น ให้พบแพทย์ผิวหนัง (บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค)

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงการทำ Patch Test โดยทาสกินแคร์ใหม่บนผิวจุดเล็ก ๆ เช่น ท้องแขนหรือหลังใบหู เพื่อสังเกตว่ามีอาการแดง คัน หรือบวมก่อนนำไปใช้ทั้งหน้า

Patch Test สกินแคร์ที่บ้าน ต่างจากการตรวจแพ้ที่แผนกผิวหนังอย่างไร

คำว่า patch test ใช้เรียกสองเรื่องที่ต่างกัน เรื่องแรกคือการทดสอบผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเองที่บ้าน เรื่องที่สองคือการตรวจทางการแพทย์ที่เรียกว่า patch testing

สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหราชอาณาจักร (BAD) อธิบายว่า patch testing เป็นการตรวจเฉพาะทางในแผนกผิวหนัง เพื่อดูว่าโรคผิวหนังเกิดจากหรือแย่ลงเพราะการแพ้สารที่สัมผัสผิวหรือไม่ แพทย์จะติดแผ่นทดสอบที่มีสารก่อภูมิแพ้ไว้บนหลัง ซึ่งรวมถึงน้ำหอม สารกันเสีย และเครื่องสำอาง

ส่วนการทดสอบที่บ้าน AAD บอกว่าช่วยคาดการณ์ได้ว่าผิวจะมีปฏิกิริยากับผลิตภัณฑ์หรือไม่ แปลว่ามันเป็นด่านคัดกรองก่อนใช้จริง ไม่ได้บอกว่าคุณแพ้สารตัวไหน และไม่ได้แทนการตรวจโดยแพทย์

ทำแบบทดสอบที่บ้านตามคำแนะนำของแพทย์ผิวหนังอย่างไร

  1. เลือกจุดทดสอบ ผิวจุดเล็ก ๆ ขนาดราวเหรียญ (AAD เทียบกับเหรียญ 25 เซนต์ของสหรัฐฯ) ในตำแหน่งที่ผลิตภัณฑ์จะไม่ถูกถูหรือล้างออก เช่น ด้านในของแขนหรือข้อพับศอก
  2. ใช้ปริมาณเท่าตอนใช้จริง ทาในปริมาณและความหนาเท่าที่ปกติคุณจะทา
  3. ทาวันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 7–10 วัน
  4. ทิ้งไว้นานเท่าการใช้งานปกติ ถ้าเป็นของที่ต้องล้างออก เช่น ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ให้ทิ้งไว้ 5 นาที หรือนานตามที่ฉลากบอก
  5. ดูผลเมื่อครบกำหนด ถ้าผ่านไป 7–10 วันแล้วผิวไม่แดง ไม่คัน และไม่บวม ก็เริ่มใช้ได้

เคล็ดลับจากทีมเขียน (ไม่ใช่คำแนะนำของ AAD): ถ้าลองหลายชิ้นในช่วงเดียวกัน การแยกจุดทาและจดไว้ว่าชิ้นไหนอยู่ตรงไหน จะช่วยให้ย้อนดูได้ง่ายขึ้น

Quicky

อย. กับ AAD แนะนำเวลาทดสอบต่างกันอย่างไร

สองหน่วยงานให้กรอบเวลาไม่เท่ากัน และหน้าคำแนะนำของทั้งสองแห่งไม่ได้อธิบายเหตุผลของความต่างนี้ ตารางด้านล่างสรุปสิ่งที่แต่ละแหล่งเขียนไว้

วิธี ผู้แนะนำ ทาหรือติดที่ไหน ระยะเวลา
ทดสอบที่บ้านแบบทาซ้ำ AAD ด้านในแขนหรือข้อพับศอก วันละ 2 ครั้ง 7–10 วัน
ทดสอบที่บ้านแบบทาครั้งเดียว อย. ท้องแขนหรือหลังใบหู ทาปริมาณเล็กน้อย ทิ้งไว้ 24–48 ชั่วโมง
Patch testing ทางการแพทย์ BAD และ AAD แผ่นทดสอบบนหลัง ติดไว้ 48 ชั่วโมง แล้วนัดดูผลซ้ำ

ในการตรวจทางการแพทย์ AAD ระบุว่าแพทย์จะถอดแผ่นทดสอบเมื่อครบ 48 ชั่วโมง และนัดดูผลอีกครั้งหลัง 4–7 วัน เพราะผิวอาจใช้เวลากว่าจะเกิดปฏิกิริยาแพ้ ส่วน BAD ระบุว่าโดยทั่วไปต้องไปโรงพยาบาล 3 นัดในช่วงหนึ่งสัปดาห์

ไม่ว่าจะทำตามแบบไหน ทั้ง AAD และ อย. แนะนำตรงกันว่า ถ้าผิวแดง คัน หรือบวม ให้ล้างออกและหยุดใช้

แสบตอนเริ่มเรตินอล กับผื่นแพ้ แยกกันได้ไหม

AAD ระบุว่าสารบางชนิด เช่น เรตินอล (retinol) และกรดไกลโคลิก (glycolic acid) อาจทำให้ผิวระคายเคือง โดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย และเป็นเรื่องปกติที่เกิดชั่วคราว แต่ BAD เตือนว่าผิวอักเสบจากสารระคายเคืองกับจากการแพ้ อาจรู้สึกและดูคล้ายกันได้

  • จากสารระคายเคือง มักเกิดภายในไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมงหลังสัมผัส มีอาการแสบร้อน แสบ เจ็บ หรือไม่สบายผิว
  • จากการแพ้ มักเกิดภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน มักเริ่มเป็นผื่นคันที่ดูแดงอักเสบและมีตุ่มน้ำ บนผิวสีเข้มอาจเห็นเป็นสีม่วง น้ำตาลเข้ม หรือออกเทา

NHS อธิบายการแพ้แบบสัมผัสไว้ว่า ครั้งแรกที่ร่างกายสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ ร่างกายจะไวต่อสารนั้นแต่ยังไม่แสดงอาการ อาการแดงและคันจะเกิดเมื่อสัมผัสสารนั้นอีกครั้ง

BAD ยกตัวอย่างของใช้ส่วนตัวที่ทำให้แพ้แบบสัมผัสได้ เช่น เครื่องสำอาง สกินแคร์ สารกันเสีย น้ำหอม และครีมกันแดด แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: การดูด้วยตาเองแยกสองแบบนี้ไม่ได้เสมอไป ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นแบบไหน ให้ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์

ภาพอินโฟกราฟิกอธิบายการดูแลเมื่อผิวมีปฏิกิริยาจากการทดสอบสกินแคร์ เช่น ล้างออก หยุดใช้ ประคบเย็น และพบแพทย์ผิวหนังหากอาการไม่ดีขึ้น รุนแรง หรือเป็นซ้ำ

Love2Test

ผิวมีปฏิกิริยาระหว่างทดสอบ ต้องทำอะไร และเมื่อไหร่ควรพบแพทย์ผิวหนัง

  • ล้างออกและหยุดใช้ AAD แนะนำให้ล้างออกเบา ๆ โดยเร็วที่สุดและไม่ใช้อีก อย. แนะนำให้หยุดใช้ทันทีและรีบล้างทำความสะอาด
  • บรรเทาอาการเบื้องต้น AAD แนะนำให้ประคบเย็นหรือทาปิโตรเลียมเจลลี่ ถ้าจำเป็น
  • ถ้าไม่ดีขึ้น อย. แนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร AAD ระบุว่าถ้ารุนแรงและประคบเย็นหรือปิโตรเลียมเจลลี่ไม่ช่วย อาจต้องพบแพทย์ผิวหนัง
  • ถ้าเป็นซ้ำหรือหาสาเหตุไม่ได้ NHS แนะนำให้พบแพทย์เมื่ออาการเป็นต่อเนื่อง กลับมาเป็นซ้ำ หรือรุนแรง และแพทย์อาจส่งต่อแพทย์ผิวหนังเมื่อหาสารต้นเหตุไม่ได้หรืออาการไม่ตอบสนองต่อการรักษา
  • ถ้าหาไม่เจอว่าแพ้อะไร AAD แนะนำให้คุยกับแพทย์ผิวหนัง ซึ่งอาจให้ตรวจ patch testing

ถ้าต้องไปตรวจ BAD แนะนำให้นำผลิตภัณฑ์ที่ใช้เองพร้อมบรรจุภัณฑ์ที่มีรายชื่อส่วนผสมไปด้วย จึงอย่าเพิ่งทิ้งกล่องของชิ้นที่มีปัญหา

ก่อนเริ่มทดสอบ ควรเช็กฉลากอะไรตามคำแนะนำของ อย.

อย. แนะนำให้เลือกเครื่องสำอางที่มีฉลากภาษาไทยครบตามกฎหมาย เช่น เลขที่ใบรับจดแจ้ง ชื่อสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสม วิธีใช้ คำเตือน ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า และเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ ตรวจสอบการจดแจ้งได้ที่ www.fda.moph.go.th หัวข้อ “ตรวจสอบการอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ” ถ้าซื้อออนไลน์ ควรซื้อจากร้านที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และถ้าพบผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าผิดกฎหมาย แจ้งได้ที่สายด่วน อย. 1556

รายชื่อส่วนผสมยังช่วยหลังทดสอบด้วย AAD ระบุว่าถ้ารู้แล้วว่าน้ำหอมทำให้ผิวมีปฏิกิริยา ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่า “fragrance free” และระวังผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่า “unscented” หรือมีส่วนผสมจากพืช เพราะอาจยังมีส่วนผสมที่เกี่ยวกับน้ำหอม

ลองสกินแคร์ใหม่ก่อนเดท งาน Pride หรือถ่ายรูป ควรเผื่อเวลาเท่าไหร่

หลายคนเปิดขวดเซรั่มใหม่คืนก่อนงานสำคัญ แต่การทดสอบต้องใช้เวลา ถ้าทำตาม อย. คือทาแล้วดู 24–48 ชั่วโมง ถ้าทำตาม AAD คือทาวันละ 2 ครั้งนาน 7–10 วัน วิธีง่ายที่สุดคือเลือกแบบที่จะทำ แล้วนับถอยหลังจากวันงาน

  • ถ้าทำตาม AAD และเหลือมากกว่า 10 วัน เริ่มทาทดสอบที่แขนได้เลย และจดวันเริ่มไว้
  • ถ้าทำตาม AAD แต่เหลือไม่ถึง 10 วัน จะทดสอบไม่ครบกำหนดก่อนวันงาน ทีมเขียนแนะนำให้ใช้รูทีนเดิมไปก่อน แล้วค่อยทดสอบของใหม่หลังงาน
  • ผ่านการทดสอบแล้ว ค่อยเพิ่มเข้ารูทีน ถ้ายังจัดลำดับไม่ลงตัว อ่านต่อที่ คู่มือ Night Skincare สำหรับเกย์

ถ้าผิวแห้งหรือลอกง่ายอยู่แล้ว ดูแนวทางเพิ่มใน Skincare ผิวแห้งสำหรับเกย์ ส่วนใครกำลังเตรียมรูปสำหรับโปรไฟล์หาคู่ อ่านประกอบได้ที่เคล็ดลับเลือกรูปและเขียนโปรไฟล์ของ Quicky ซึ่งเป็นแอปหาคู่ในเครือเดียวกับเว็บนี้ แต่อย่าลองสกินแคร์ใหม่ในคืนก่อนวันถ่ายรูป

Chat Love2Test

คำถามที่พบบ่อย

ทดสอบที่แขนผ่านแล้ว ทาหน้าแล้วยังมีปฏิกิริยาได้ไหม

AAD ใช้คำว่าการทดสอบช่วย “คาดการณ์” จึงไม่ใช่การรับประกัน NHS ระบุว่าผื่นจากการสัมผัสพบบ่อยที่มือและใบหน้า ถ้าหน้ามีผื่นแดง คัน หรือบวมหลังเริ่มใช้ ให้ล้างออก หยุดใช้ และปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ถ้าไม่ดีขึ้น

ผิวแดงแสบตอนเริ่มใช้เรตินอล ต้องหยุดไหม

AAD บอกว่าการระคายเคืองจากเรตินอลเกิดได้และเป็นชั่วคราว แต่ก็แนะนำให้ล้างออกและหยุดใช้เมื่อผิวแดง คัน หรือบวม แหล่งข้อมูลไม่ได้ขีดเส้นชัดว่าระดับไหนคือระคายเคืองธรรมดา ถ้าไม่แน่ใจหรืออาการแย่ลง ให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

ต้องไปตรวจ patch testing ที่โรงพยาบาลเมื่อไหร่

BAD ระบุว่ามักตรวจเมื่อไม่รู้สาเหตุของผื่น หรือเมื่อผื่นไม่ตอบสนองต่อยาทา NHS ระบุว่าแพทย์อาจส่งต่อแพทย์ผิวหนังเมื่อหาสารต้นเหตุไม่ได้หรืออาการไม่ตอบสนองต่อการรักษา แพทย์เป็นผู้ตัดสินว่าจำเป็นต้องตรวจหรือไม่

สรุป

Patch test ที่บ้านเป็นด่านคัดกรองก่อนเอาสกินแคร์ใหม่ขึ้นหน้า AAD แนะนำให้ทาที่ด้านในแขนหรือข้อพับศอกวันละ 2 ครั้งนาน 7–10 วัน ส่วน อย. แนะนำให้ทาที่ท้องแขนหรือหลังใบหูแล้วดู 24–48 ชั่วโมง ถ้าแดง คัน หรือบวม ให้ล้างออกและหยุดใช้ ถ้ารุนแรง เป็นซ้ำ หรือหาสาเหตุไม่ได้ ควรพบแพทย์ผิวหนัง

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง

หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหรือทางการแพทย์ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใดๆ